เสือใต้ บุกขย้ำ ลาซิโอ ค้างรัง 4-1 จ่อเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

บาเยิร์น มิวนิค ได้โอกาสสูงสำหรับในการผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังบุกชนะ ลาซิโอ ได้กินขาด 4-1

การเเข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 รอบ 16 ทีมนัดแรก เป็นการพบกันระหว่าง ลาซิโอ เปิดรังเหย้า สตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยี่ยมของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค

ซิโมเน อินซากี้ ผู้จัดการทีมฟุตบอลเจ้าบ้าน เลือกจัดกองทัพมาในระบบ 3-5-2 ฝากความมุ่งหวังในแนวรุกไว้ที่คู่แนวรุกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ซึ่งติดต่อประสานงานร่วมกับ ฆัวกิน คอร์เรอา

ด้าน”เสือใต้”ทีมเยี่ยมของ ฮันซี ฟลิค วางหมากมาในแผน 4-2-3-1 ใช้หน้าเป้าเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำเกมรุกร่วมกับ เลรอย ซาเน, จามาล มูเซียลา และ คิงส์ลีย์ โกมาน

ผลปรากฏว่า บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีแชมป์เก่า บุกมากระหน่ำ ลาซิโอ 4-1 โดย ได้ประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 9, จามาล มูเซียลา นาทีที่ 24, เลรอย ซาเน นาทีที่ 42 และ ฟรานเซสโก อเคอร์บี ผู้เล่นของลาซิโอยิงเข้าประตูตัวเอง ในนาทีที่ 47

ส่วน ลาซิโอ ได้จาก โจอาคิน กอร์เรอา นาทีที่ 49

นำมาซึ่งการทำให้ บาเยิร์น ได้โอกาสเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายสูงลิบ โดยนัดหมายที่ 2 จะกลับไปเล่นที่ อัลลิอันซ์ อารีนา รังเหย้าของเสือใต้ในวันที่ 17 มี.ค. นี้

“ชิรูด์” ตีลังกายิงสุดสวย! เชลซี เชือด แอต.มาดริด 1-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เชลซี เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไปได้ 0-1 โดยได้ประตูชัยจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในนาทีที่ 67 ทำให้จบเกม สิงห์บลู เอาชนะไปได้ก่อนในครั้งแรก จับความได้เปรียบก่อนกลับไปดวลกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ กลางเดือนมีนาคมที่จะถึง

เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรกทั้งสองทีมบากบั่นเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสนุกสนาน แต่ว่ายังคงทำเป็นแค่หวาดเสียวแค่นั้นในตอน 15 นาทีแรก

หลังจากนั้นเป็น เชลซี ที่ครองบอลบุกได้มากขึ้น แล้วก็มีโอกาสได้จบจากลูกยิงไกล อลอนโซ แต่ว่ายังไปติดเซฟของ โอบลัค ในนาทีที่ 25

นาทีที่ 38 สิงห์บลู มีลุ้นใกล้เคียงอีกรอบจากจังหวะได้ยิงในกรอบเขตโทษของ แวร์เนอร์ แต่ว่ายังคงไปติดเซฟของ โอบลัค อีกรอบ

นาทีที่ 41 แอตฯ มาดริด มีลุ้นจากจังหวะชาร์จจ่อๆของ ซัวเรซ แต่ว่า รือดิเกอร์ ยังตามมาบล็อคลูกยิงเอาไว้ได้ทัน

ทำให้จบ 45 นาทีแรก ยังเท่ากันแบบไร้สกอร์ 0-0

เริ่มครึ่งเวลาข้างหลังยังคงเป็น เชลซี ที่ครองบอกได้มากกว่า ส่วน แอตฯ มาดริด ยังคงเน้นย้ำตั้งรับแล้วก็รอคอยโอกาสสำหรับเพื่อการสวนกลับ

นาทีที่ 57 ตราหมี มีโอกาสได้จบจากจังหวะตีลังกายิงของ ฟิลิกซ์ แต่ว่าบอลเหาะผ่านคานออกไป

แล้วต่อจากนั้น แอตเลติโก บากบั่นเปิดเกมบุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพื่อหวังเอาประตูคืนแต่ว่ายังเกือบจะหาจังหวะเจาะเข้าพื้นที่อันตรายมิได้

นาทีที่ 83 สิงโตน้ำเงินคราม ได้ช่องจบอีกรอบจากจังหวะหลุดขึ้นมาทางขวาของ แวร์เนอร์ ก่อนที่จะซัดมุมแคบไปติดเซฟของ โอบลัค อีกรอบ

ด้านหลังเกม ทัพตราหมี บากบั่นครองบอลบุกเข้าใส่อย่างมาก แต่ว่าก็ยังไม่สามารถเจาะแผงหลังของ สิงห์บลู ได้

กระทั่งจบ 90 นาที่ เชลซี เอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ไปได้สำเร็จ 0-1

รายนามนักเตะที่ลงในสนามตัวจริง

แอตเลติโก มาดริด : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิกระเป๋า, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ (ลูคัส ตอร์เรร่า น.82), โตมาส์ เลอมาร์ – ยกเอา เฟลิกซ์ (เรนาน โลดี้ น.82), หลุยส์ ซัวเรซ

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.74), มาเตโอ วัววาสิช (ฮาคิม ซีเย็ค น.74), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (รีซ เจมส์ น.80), ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิสิช น.87), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.87)

ลีดส์ คืนฟอร์ม ไล่อัด นักบุญ เยิน 3-0 ขึ้นที่ 10 พรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งภายหลังจากแพ้มาตลอด 2 นัดหมายหลังสุดด้วยการเปิดบ้านกระหน่ำ เซาธ์แธมป์ตัน 3-0

การประลองฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ระหว่าง “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด ชั้น 12 ของตาราง เปิดสนามเอลแลนด์ โรด รับการมาเยี่ยมของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ชั้น 14 ของตาราง

ผลปรากฏว่า ครึ่งแรกทั้งคู่กลุ่มเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกสนาน แม้กระนั้นในที่สุดยังหาจังหวะเข้าไปทำแต้มกันมิได้ ทำให้จบครึ่งแรก ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังเสมอ เซาแธมป์ตัน อยู่ 0-0

ช่วงหลัง นาทีที่ 47 ลีดส์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ ส่งบอลทะลุเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ แพตทริก แบมฟอร์ด ซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งทิ่มเสาไกลเข้าไปอย่างงดงาม

แล้วหลังจากนั้นนาทีที่ 78 ลีดส์ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะตอบโต้กลับขึ้นมาทางฝั่งขวา เอลแดร์ คอสตา พาบอลเลี้ยงตัดเข้าในก่อนจ่ายต่อให้ สจ๊วร์ต ดัลลัส แตะต้องบอลเข้าเขตโทษแล้วดีดด้วยซ้ายทิ่มมุมเข้าไปอย่างสุดสวย

เหนือกว่าเพื่อนร่วมกลุ่ม!คิมไม่ชสร้างประวัติศาสตร์ในชปล.

โยชัว คิมมิช แปลงเป็นนักเตะที่ชนะในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เยอะที่สุดจากการลงเล่น 50 ครั้งแรก โดยชั้น 2 คือ โธมัส มุลเลอร์ กับ ค้างเซมิโร่
โยชัว คิมมิช ดาวเตะ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน สร้างสถิติเป็นนักเตะที่ชนะเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เยอะที่สุดในตอน 50 เกมแรก หลังจากที่เขาเก็บชัยชนะได้ถึง 38 นัดหมายด้วยกัน

เกมรอบ 16 ทีมท้ายที่สุด ครั้งแรก ที่ บาเยิร์น คว้าชัยเหนือ ลาสิโอ 4-1 เมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ถือเป็นการลงในสนามในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดหมายที่ 50 ของดาวเตะวัย 26 ปีพอดิบพอดี ส่วนเจ้าของสถิติเดิมในด้านนี้คือ โธมัส มุลเลอร์ เพื่อนพ้องร่วมทีมของ คิมมิช กับ ค้างเซมิโร่ กองกลาง เรอัล มาดริด หลังจากทั้งคู่ทำเอาไว้ที่ 36 เกม

ทั้งนี้ เกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ คิมมิช เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มของฤดูกาล 2015-16 โดยวันนั้นเขาลงเป็นตัวสำรองในตอน 15 นาทีท้ายที่สุดของเกมที่ บาเยิร์น ชนะ โอลิมเปียกอส 3-0 เมื่อตอนเดือนกันยายน ปี 2015 ซึ่งตลอดตอน 50 นัดหมายก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเขาทำเป็น 10 ประตู และแพ้ไปเพียงแต่ 5 ครั้งแค่นั้น

5 ขั้นตอนแรกที่ชนะเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เยอะที่สุดในตอน 50 ครั้งแรกที่ลงเล่น
1. โยชัว คิมมิช 38 เกม
2. โธมัส มุลเลอร์ 36 เกม
– ค้างเซมิโร่ 36 เกม
4. มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น 35 เกม
– ดาเนี่ยล การ์บาฆาล 35 เกม
– อีสโก้ 35 เกม
– มาร์เซโล่ 35 เกม

“ชิรูด์” ยิงท่ายาก! เชลซีแข็งเฉือนแอตมาดริดชูแรก 16 กลุ่มชปล.

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหหญ่ “สิงห์บลูส์” ยังคงเดินหน้ารักษาสถิติไม่มีพ่ายนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมหลังได้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซัดประตูสุดสวยพาทีมเฉือน “ยี่ห้อหมี” 1-0 กุมความได้เปรียบก่อนดวลกันนัดหมายวินิจฉัยวันที่ 17 เดือนมีนาคม นี้ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมท้ายที่สุด ครั้งแรก) คืนวันอังคารก่อนหน้านี้
สนาม : อารีน่า นาว่ากล่าวโอนาล่า, บูติดอยู่เรสต์ (สนามกึ่งกลาง)

ดีเอโก้ สิเมโอเน่ ผู้ฝึกสอน แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด หัวหน้าฝูงลา ลีกา พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นรองแชมป์กรุ๊ป เอ ก่อนแพ้เลบันเต้ 0-2 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้ครั้งแรกในรอบ 8 เกม

ส่วนทาง โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ เชลซี ซึ่งเข้ามารับงานต่อจากแฟร้งค์ แลมพาร์ด สมัยก่อนผู้จัดการทีมฟุตบอลผู้พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์กรุ๊ป อี ก่อนที่ผู้ฝึกสอนเยอรมันจะพาทีมเสมอเซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 6 เกมแล้วตั้งแต่เข้ามารับงาน

เปิดฉากได้เพียงแต่ 2 นาที เชลซี หวิดงานเข้าจากความประมาทและสะเพร่าของ เอดูอาร์ เมนดี้ จับบอลยาวโดน ซาอูล ญีเกซ สอดมาฉกดวงไม่ดีสัมผัสยาวตามเล่นไม่ทันท้ายที่สุดหลุดออกหลังไป

ต่อมานาทีที่ 10 เป็น “ยี่ห้อหมี” ฝ่าสม่ำเสมอจากบอลทางฝั่งขวาของ ชูเอา เฟลิกซ์ ดึงจัวหวะตักห้อยไปเสาไกลเกือบถึง อังเคล กอร์เรอา แต่ยังไม่ผ่าน มาร์กอส อลอนโซ่ ตามมาสกัดทิ้งได้ทัน

4 นาทีต่อมา แอต.มาดริด คลาดโอกาสทองคำจากควาบกพร่องของแนวรับ เชลซี เสียท่าโดน หฝ่าส์ ซัวเรซ ฉกบอลพาเข้าเขตโทษก่อนแทงไปเสาถึง โตมาส์ เลอมาร์ สอดมาทิ้งตัวชาร์จแต่ไม่ทันหลุดออกหลังไป

นาทีต่อมา “สิงห์บลูส์” แลกหมัดทันควันจากจังหวะเปิดทาขวาของ เมสัน เม้าน์ท บอลแรงเลย ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ ที่สอดมาเสาแรกผ่านหน้าประตูหลุดออกข้าง

กลางทางผ่านแปลงเป็น เชลซี ทำได้ดีมากยิ่งกว่าตอนนี้จากจังหวะชิ่งสุดงามบอลหลุดมาหน้าเขตโทษฝั่งซ้ายเข้าทาง มาร์กอส อลอนโซ่ ตวัดตามน้ำเรียดเด้งพื้นเข้ามือ ยาน โอบลัค ล้มตัวรับไม่พลาด

นาทีที่ 39 จากความสามารถส่วนตัวของ ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ พาบอลลากหนี สเตฟาน ซาวิช หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดยัดเสาแรกไปติดเซฟ ยาน โอบลัค ตบทิ้งออกมาหวุดหวิด

นาทีต่อมา “ยี่ห้อหมี” สวนกลับเร็วเป็น อังเคล กอร์เรอา หลุดขึ้นมาทางขวามือก่อนได้ช่องดีดเข้าในให้ หฝ่าส์ ซัวเรซ ได้ทิ้งตัวซัดแต่หลักไม่ดียิงไม่โดนบอลคลาดโอกาสสำคัญอย่างน่าเสียดาย

หมดครึ่งเวลาแรก แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด 0 เชลซี 0

นาทีที่ 55 เชลซี พากเพียรเร่งเครื่องตอนนี้เป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย พาบอลลากตัดเข้าในก่อนก้มตัวซัดด้วยซ้ายไปไถลบล็อคแนวรับ “ยี่ห้อหมี” ห้อยเข้ามือ ยาน โอบลัค

3 นาทีต่อมาจากความบกพร่องของแนวรับ เชลซี โขกบอลไม่ดีแปลงเป็นตั้งให้ ชูเอา เฟลิกซ์ ลอยตัวจักรยานอากาศในกรอบเขตโทษแต่โดนไม่ดีบินข้ามคานออกไปไกล

แต่แล้วนาทีที่ 69 “สิงห์บลูส์” ทะยานออกนำจากลูกครอสด้านซ้ายของ มาร์กอส อลอนโซ่ บอลชุลมุนท้ายที่สุดไปโดน มาริโอ เอร์โมโซ่ ลอยโด่งเข้าทาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทิ้งตัวจักรยานอากาศด้วยซ้ายเด้งพื้นผ่านมือ ยาน โอบลัค ซุกก้นตาข่ายสวยหยด

จากจังหวะนี้มีธงล้ำหน้ายกตามขึ้นมา เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินใช้เวลาฟังสัญญาณ วีเออาร์ อยู่นานก่อนเป่ายืนยันให้เป็นประตูขึ้นนำ เชลซี

ต่อไปไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด 0 เชลซี 1

รายนามนักฟุตบอลที่ลงสนามตัวจริง

แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ (ลูคัส โคนร์เรร่า น.82), โตมาส์ เลอมาร์ – ชูเอา เฟลิกซ์ (เรนาน โลดี้ น.82), หฝ่าส์ ซัวเรซ

ผู้ฝึกสอน : ดีเอโก้ สิเมโอเน่

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนสังเวย, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.74), มาเตโอ วัววาสิช (ฮาคิม ซีเย็ค น.74), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (รีซ เจมส์ น.80), ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิสิช น.87), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.87)

ผู้ฝึกสอน : โธมัส ทูเคิ่ล

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)

เอาความกดดันไปซะ! “นาเกลส์มันน์” ยกหงส์ยังเหนือกว่าวัวกระทิง

ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชายหนุ่มของแอร์เบ ไลป์สิกข์ รองจ่าฝูงบุนเดสลีกา ยกให้หงส์แดงของ เยอร์เกน คล็อปป์ ยังเป็นกลุ่มที่เหนือกว่ากลุ่มตัวเอง แม้ผลงานจะแตกต่างชัดแจ้งในช่วงหลัง สำหรับในการแถลงข่าวก่อนเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด เลกแรก คืนวันที่ 16 ก.พ. นี้

“พวกเราอยู่ในช่วงที่ส่งผลงานดี ตอนที่หงส์แดงแพ้ถึง 5 นัดหมายจาก 7 เกมหลังสุด แม้กระนั้นพวกเขายังเหนือกว่าบางส่วน เมื่อดูจากประสบการณ์ในเกมระดับทวีป”

“แม้กระนั้นพวกเราเองก็ปรับปรุงขึ้นมาอย่างชัดเจน และชี้ให้เห็นแล้วแบบเดียวกันว่าพวกเราสามารถสู้กับกลุ่มระดับนี้ได้ อีกทั้งเมื่อปีที่แล้วและฤดูกาลนี้ ซึ่งพวกเราอยู่ในกรุ๊ปที่แข็งมาก (กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อิสตันบูล บาซัคเซฮีร์)”

สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่ม เลกแรก จะมีที่ปุสกัส อารีนา สนามกลางในประเทศฮังการี ด้วยเหตุว่าเยอรมนีมีมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ด้วยการงดเที่ยวบินจากอังกฤษเข้าประเทศ

ค้อนลุ้นไปชปล.เต็มตัว! ลินการ์ดช่วยเติมเต็มสิ่งที่เวสต์แฮมหายไป

ช่วงเดือนที่ผ่านมาเว้นเสียแต่นักเตะ “เรือใบสีฟ้า” ที่ทำผลงานไม่มีที่ว่ากล่าวแล้ว เราอาจจะมองข้ามนักเตะจากทีม เวสต์แฮม ไม่ได้ด้วยเหตุว่าพวกเขาโชว์ฟอร์มแจ๋วจนกระทั่งบินสูงขึ้นมาลุ้นตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบเหลือเชื่อ และผู้ที่ทำให้สื่อจะต้องหันมาเฝ้าดูไม่ใช่ผู้ใดกันแน่ที่แหน่งใดเขาเป็น เจสซี่ ลินการ์ด สมัยก่อนมหาเทพของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง
ภายหลังจากคอยมานานแสนนาน เดวิด มอยส์ ก็สามารถเอาชนะ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เป็นครั้งแรก (เคยพบกันมา 15 นัดหมาย) ข้างหลังพา เวสต์แฮม เฉือน สเปอร์ส 2-1 เมื่อช่วงคำ่วันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เรื่องจริงเว้นเสียแต่ฝีมือของทัพ “ขุนค้อน” แล้วดวงก็มีส่วนที่ทำให้ทีมคว้าสามแต้มด้วยด้วยเหตุว่าช่วง 10 กว่านาทีท้ายมีจังหวะที่ แกเร็ธ เบล วอลเลย์ชนคาน รวมถึงจังหวะที่แผงหลังเวสต์แฮมสะสางบอลไปโดน แก่นแก้ว ฮึง-ไม่น แล้วบอลย้อยมาชนเสา

สิ่งที่น่าจะเป็นหลักสำคัญข้างหลังเกมมากที่สุดเป็นอนาคตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เนื่องด้วยความแพ้พ่ายครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการปราชัยเกมที่ 6 จาก 8 นัดหมายหลังสุดในทุกรายวิธีการทำให้พวกเขามีแต้มห่างจากท็อปโฟร์ถึง 9 แต้มแล้ว ระหว่างที่ชัยของ เวสต์แฮม ช่วยให้พวกเขารั้งชั้น 4 ของตารางด้วยเหตุว่า เชลซี สะดุดเสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน

หงส์คืนฟอร์ม! อัด ไลป์ซิก 2-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม เกมแรก

เกมนี้ทั้งสองต้องลงแข่งขันกันที่สนาม ปุสกัส อารีน่า ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เนื่องจากว่ารัฐบาลเยอรมัน ประกาศห้ามเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ

โดยผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีม “หงส์แดง” โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะ เครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิกข์ ไปได้ 2-0 จากแนวทางการทำประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และก็ ซาดิโอ มาเน่

นำมาซึ่งการทำให้ หงส์แดง จับความเป็นต่อเป็นอย่างมาก ก่อนเกมนัดลำดับที่สอง จะมาเล่นที่สนามแอนฟิลด์ ในวันที่ 10 เดือนมีนาคมนี้
รายนามผู้เล่นทั้งคู่ทีม

ไลป์ซิกข์ : ปีเตอร์ ฉันลัคซี่ – นอร์กดี มูกิเอเล่ (วิลลี่ ออร์บาน น.64), ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, ลูคัส มายากลอสเตอร์มันน์, อังเคลินโญ่ – อมาดู ไฮดาร่า (ยูสซุฟ โพลสังเวย น.64), มาร์เซล ซาบิตเซอร์, เควิน คัมเปิ้ล (ฮวาง ฮี-ชาน น.73)- – คริสโตเฟอร์ เอ็นเกิงกู, ดานี่ โอลโม่, ไทเลอร์ อดัมส์

หงส์แดง : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โอซาน คาบัค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ตำหนิอาโก้ อัลกานตาร่า (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชเบอร์เลน น.72), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, เคอร์ตำหนิส โจนส์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เนโก วิลเลี่ยมส์ น.90), โรแบร์โต้ ฟีร์ไม่โน่ (เซอร์ดาน ชากิรี่ น.72), ซาดิโอ มาเน่

เดินหน้าผลงานหรู!ทูเคิ่ลคุมกลุ่มเสีย2จาก8เกมต่อจากมูรินโญ่

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่เชลซี ยังคงคุมทีมด้วยฟอร์มที่สุดยอดเกินระงับใจ ปัจจุบันนำ “สิงโตน้ำเงินคราม” บุกสอย แอตเลติโก มาดริด 1-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ครั้งแรก โดยที่ไม่เสียประตู ทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคนที่ 2 ต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่คุมทีมเสียประตู 2 ลูกจาก 8 เกมที่กุมบังเหียน
โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ เชลซี สร้างผลงานดีมีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอโดยเขานำ “สิงโตน้ำเงินคราม” เสียเพียงแค่ 2 ประตูจากการกุมบังเหียน 8 แมตช์ ซึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรมีเพียงแค่ โชเซ่ มูรินโญ่ เท่านั้นที่เคยทำเป็นอย่างงี้

ทัพ “สิงห์บลูส์” ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นนับจากที่ ทูเคิ่ล ได้รับการตั้งให้คุมทีมแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่โดนให้ออกจากตำแหน่ง โดยเขานำสโมสรเก็บชัยชนะได้ถึง 6 เกม และเสมอแค่เพียง 2 แมตช์จากการทุกรายการ

“เอ็มบัปเป” กดแฮตทริกพา เปแอสเช บุกกระหน่ำยับ บาร์ซา 4-1 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 รอบ 16 กลุ่มนัดแรก เป็นการพบกันระหว่าง บาร์เซโลนา ที่เปิดสนามคัมป์ นู ต้อนรับการมาเยือนของ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ฝั่งอาซูลกรานา เจ้าบ้านจัดกลุ่มในระบบ 4-3-3 วาง อุสมาน เดมเบเล, ลิโอเนล เมสซี รวมทั้ง อองตวน กรีซมันน์ เป็นสามผสานในแนวรุก

ทางด้านเปแอสเช ผู้มาเยือนเลือกใช้แผน 4-3-3 เช่นเดียวกับ สามตัวรุกในดินแดนหน้ามี คิลิกระทั่งถึง เอ็มบัปกระเป๋า, เมาโร อิคาร์ดี้ รวมทั้ง มอยเซ คีน

ผลปรากฎว่า “บาร์ซา” เจ้าถิ่น ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจุดลูกโทษของ ลีโอเนล เมสซี ในนาทีที่ 27 แต่ว่าถึงนาทีที่ 32 “เปแอสเช” ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้เสร็จ จากการยิงของ คีเลียน เอ็มบัปเป จบครึ่งแรกเท่ากันอยู่ 1-1

ครึ่งหลัง ถึงนาทีที่ 65 “เปแอสเช” กลับขึ้นนำ 2-1 จากการยิงของ เอ็มบัปเป คนเดิม 5 นาทีถัดมา กลุ่มเยือนหนีเป็น 3-1 จากการโหม่งจ่อๆของ มอยเซ คีน

ก่อนที่ เอ็มบัปเป ทำคะแนนที่ 3 ของตัวเองในเกมนี้ เป็นแฮตทริกจากจังหวะตอบโต้กลับในนาทีที่ 85 เป็นประตูตอกย้ำซ้ำเติมความมีชัยให้ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง บุกถล่ม บาร์เซโลนา ถึงถิ่น 4-1 จับความได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นที่ถิ่น ขว้างร์ก เดส์ แพรงซ์ ของตัวเอง ในเกมนัดที่ 2 วันที่ 10 มี.ค. นี้

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

บาร์เซโลน่า : มาร์ค-อังเดร แตร์ ชเตเก้น – แซร์จินโญ่ เดสต์ (ออสการ์ มินเกซ่า น.71), เคราร์ด ปีเก้ (ริการ์ด ปูอิก น.79), เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, หน้าจอร์ดี้ อัลบา – เฟรงกี้ เดอ ย็อง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (มิราเลม ปานิช น.79), เปดรี้ (ตรินเกา น.79) – อุสมาน เดมเบเล่, ลิโอเนล เมสซี่, อ็องตวน กรีซมันน์ (มาร์ติน เบรธเวต น.85)

กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง : เกย์ลอร์ นาวาส – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ (ธิโล เคห์เรอร์ น.89), มาร์กินญอส, เปรสแนล คิมเปมเบ้, เลย์แว็ง คูร์กซาว่า – เหนื่อยริสซ่า กาน่า เกย์ (อันเดร เอร์เรรา น.46), เลอันโดร ขว้างเรเดส – มอยเซ่ คีน (ดานิโล่ เปเรเร่า น.85), มาร์โก แวร์รัตติกาล (ยูเลี่ยน ดรั๊กซ์เลอร์ น.73), คิลิกระทั่งถึง เอ็มบั๊ปกระเป๋า – เมาโร อิการ์ดี้